สมใจ คล็อปป์ ส่งสำรองเกือบทั้งทีม ลิเวอร์พูล พ่าย วูล์ฟส์ 1-2 ร่วงเอฟเอคัพ

สมใจ คล็อปป์ ส่งสำรองเกือบทั้งทีม ลิเวอร์พูล พ่าย วูล์ฟส์ 1-2 ร่วงเอฟเอคัพ

    สมใจ เยอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชอง ลิเวอร์พูล ที่เกมนี้ตัดสินใจพักแข้งหลักเกือบทั้งทีม แล้วส่งเอาตัวสำรองลงสนามถึง 9 คน ส่งผลให้ หงส์แดง บุกไปพ่ายให้กับ วูล์ฟส์ ไป 1-2 ตกรอบ เอฟเอคัพ เรียบร้อย

สมใจ คล็อปป์ ส่งสำรองเกือบทั้งทีม ลิเวอร์พูล พ่าย วูล์ฟส์ 1-2

   ศึกฟุตบอล เอฟเอคัพ รอบสาม วูล์ฟส์ เปิดบ้านต้อนรับ ลิเวอร์พูล ที่สนาม โมลินิวซ์ สเตเดี้ยม ผลบอลสด ในวันจันทร์ที่ 7 มกราคม 2562

   เริ่มเกมยังไม่ถึง 10 นาทีด้วยซ้ำ ทีมเยือนก็ต้องเจอข่าวร้ายเมื่อ ลอฟเรน มีอาการบาดเจ็บจึงเล่นต่อไม่ไหว คล็อปป์ จึงส่งดาวรุ่งวัย 16 ปี อย่าง โฮเวอร์ ลงไปยืนเซ็นเตอร์แทน

   นาทีที่ 31 ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายครองบอลเหนือกว่า จังหวะนี้ได้ลุ้นจาก มิลเนอร์ ส่งบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษแล้วผู้เล่นเจ้าถิ่นไปกั๊กกันเองบอลเลยตกไปเข้าทาง ชาคิรี่ ซัดด้วยซ้ายบอลหลุดออกหลังไป

   แต่แล้วนาทีที่ 38 เป็น วูล์ฟส์ ที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากจังหวะที่ มิลเนอร์ จับบอลพลาดกลางสนามจึงโดน โจต้า ตัดบอลได้สุดท้ายเป็น ฆิเมเนซ หลุดเข้าไปในกรอบฝั่งขวาก่อนจะยิงเข้าไปตุงตาข่าย เจ้าถิ่นนำก่อน 1-0 และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

   ครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล ที่เป็นฝ่ายตามหลังอยู่หนึ่งประตูพอเปิดเกมมาก็บุกเข้าใส่เจ้าถิ่นทันทีเพื่อหวังจะทวงประตูคืน และก็มาสำเร็จจนได้ในนาทีที่ 51 เป็น ชาคิรี่ ส่งบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ มิลเนอร์ เอาบอลลงก่อนจะซัดไปติดบล็อค เบนเน็ตต์ บอลกระดอนไปเข้าทาง โอริกี้ จัดการซัดด้วยซ้ายผ่าน รัดดี้ เข้าประตูไป ลิเวอร์พูล ตามตีเสมอสำเร็จ 1-1

   หลังจากที่โดนตีเสมอได้ไม่นาน ดูเหมือนว่าเจ้าถิ่นก็ไม่ได้ยอมง่ายๆเหมือนกัน เมื่อ วูล์ฟส์ มาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจากจังหวะที่ วินาเกร ให้บอลไปที่ เนเวส ซัดด้วยขวาที่ระยะเกือบ 30 หลา บอลพุ่งแรงเบียดเสาฝั่งซ้ายเข้าประตูไปอย่างสวยงาม วูล์ฟส์ นำอีกครั้ง 2-1

   นาทีที่ 69 ลิเวอร์พูล เกือบจะได้ประตูตีเสมอจากฟรีคิกนอกกรอบเขตโทษเยื้องไปทางฝั่งขวาที่ระยะเกือบ 30 หลา ชาคิรี่ ปั่นด้วยซ้ายบอลข้ามกำแพงโค้งไปชนเสาพลาดโอกาสได้ประตูไปอย่างน่าเสียดาย

   ช่วงท้ายเกม ลิเวอร์พูล พยายามตั้งเกมบุกเพื่อที่จะเอาประตูตีเสมอให้ได้อีกครั้ง นาทีที่ 84 ซาลาห์ ได้บอลหลุดไปทางกรอบฝั่งขวาก่อนเลี้ยงจี้เข้าไปซัดด้วยซ้าย น่าเสียดายที่บอลแฉลบก่อนจะโดนเคลียร์ทิ้งออกไป

   จบเกม ลิเวอร์พูล บุกไปพ่ายให้กับ วูล์ฟส์ ไป 1-2 ตกรอบ เอฟเอคัพ เรียบร้อย

 

เทียบจ่าฝูง แอตมาดริด ได้โทษ เฉือน เอสปันญ่อล 1-0 แต้มเท่าต่างดาว

เทียบจ่าฝูง แอตมาดริด ได้โทษ เฉือน เอสปันญ่อล 1-0 แต้มเท่าต่างดาว

   เทียบจ่าฝูง แอตเลติโก้ มาดริด เก็บ 3 แต้มในบ้านได้สำเร็จ หลังจากเอาชนะ เอสปันญ่อล ไปได้ 1-0 จากจุดโทษของ อองตวน กรีซมันน์ ทำให้ตอนนี้ แอตมาดริด เก็บเพิ่มเป็น 34 แต้ม เทียบเท่าจ่าฝูงอย่าง บาร์เซโลน่า ที่ลงเตะช้ากว่า

เทียบจ่าฝูง แอตมาดริด เฉือน เอสปันญ่อล 1-0

   ผลบอลสด ศึกฟุตบอล ลาลีกา สเปน แอตเลติโก้ มาดริด เปิดบ้านต้อนรับ เอสปันญ่อล ที่สนาม เอสตาดิโอ หว่านต๋า เมโทรโปลิตาโน่ ในวันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม 2561

   สำหรับ แอตเลติโก้ มาดริด ก่อนลงสนามพวกเขารั้งอยู่อันดับ 3 ตามหลังจ่าฝูงอย่าง บาร์เซโลน่า เพียงแค่ 3 คะแนนเท่านั้น ดังนั้นหากในนัดนี้สามารถเก็บชัยได้ ก็จะมีแต้มเทียบเท่ากับ บาร์เซโลน่า แบบหายใจรดต้นคอกันเลยทีเดียว

   เกมช่วงแรก ทั้งสองทีมสู้กันได้ค่อนข้างสูสีแต่เป็นทาง แอตมาดริด ที่สามารถครองบอลได้ดีกว่า ส่วนโอกาสลุ้นทำประตูนั้นยังไม่เป็นชิ้นเป็นอันทั้งสองฝ่าย

   นาทีที่ 28 เกือบเป็นเจ้าถิ่นที่พลาดท่าเสียประตูจากการเคลียร์บอลไม่ขาดของผู้เล่น แอตมาดริด ทำให้บอลตกลงแถว กรอบเขตโทษไปเข้าทาง บัปติสเทา ยิงเน้นๆ ดีที่ โอบลัค เซฟได้

   นาทีที่ 42 เป็นจังหวะลุ้นของ ตราหมี เมื่อ กรีซมันน์ ได้บอลทางฝั่งขวาแล้วตัดเข้ากลาง ก่อนจะตัดสินใจซัดทันที บอลพุ่งตรงกรอบแต่ ดีเอโก้ โลเปซ ยังปัดข้ามคานออกหลังไปได้

   ครึ่งแรก แม้ทางฝั่งของเจ้าถิ่นจะเป็นฝ่ายทำได้ดีกว่าแต่ยังไม่มีประตูเกิดขึ้น จบครึ่งแรกแบบไร้สกอร์ 0-0

   ครึ่งหลัง แอตมาดริด พยายามจะเปิดเกมรุกเข้าใส่ แต่จังหวะสุดท้ายก็ยังไม่ดีพอที่จะเป็นประตู จนกระทั่งนาทีที่ 54 ในที่สุดเจ้าถิ่นก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 หลังจากกดดันใส่ เอสปันญอล อยู่นาน จากลูกจุดโทษ

   เมื่อ โกเก้ โดน กราเนโร่ หวดล้มลงไปในเขตโทษ ผู้ตัดสินจึงเป่าให้เป็นจุดโทษทันที แม้ผู้เล่นของ เอสปันญอล จะพยายามประท้วง แต่ก็ไม่เป็นผล สุดท้ายเป็น กรีซมันน์ ที่รับหน้าที่สังหารส่งบอลเข้าประตูไป แอตมาดริด นำ 1-0

   หลังจากที่เสียประตู ทีมเยือนก็พยายามเปิดเกมรุกเพื่อหวังจะทวงประตูคืนแต่ แอตมาดริด ที่มีประตูตุน 1 ประตูอยู่แล้ว ก็ใช้เกมรับที่เหนียวแน่นไม่เปิดโอกาสให้ เอสปันญอล เข้ามาทำประตูได้ง่ายๆ

   ช่วงท้ายเกม แม้ เอสปันญอล จะพยายามอย่างหนักแต่ก็ไม่สามารถเจาะแนวรับของ แอตมาดริด ได้

   กระทั่งจบเกม เป็น แอตเลติโก้ มาดริด ที่สามารถเอาชนะ เอสปันญ่อล 1-0 ทำแต้มขึ้นไปกดดันจ่าฝูงอย่าง บาร์เซโลน่า ได้สำเร็จ