ดราม่าท้ายเกม จุดโทษกังขา บุรีรัมย์ เฉือน ราชันมังกร 2-1

ดราม่าท้ายเกม จุดโทษกังขา บุรีรัมย์ เฉือน ราชันมังกร 2-1

   ดราม่าท้ายเกม ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกไปเอาชนะ ราชันมังกร ราชบุรี มิตรผล เอฟซี 2-1 ซึ่งเกมทำท่าว่าจะจบที่สกอร์เสมอ แต่ช่วงท้ายเกม บุรีรัมย์ มาได้จุดโทษซึ่งเป็นจังหวะก้ำกึ่งบนเส้นกรอบพอดิบพอดีจึงไม่วายเป็นดราม่า สุดท้ายเป็น เปโดร จูเนียร์ ที่ซัดพา ปราสาทสายฟ้า เก็บ 3 แต้มกลับบ้านได้สำเร็จ

ดราม่าท้ายเกม จุดโทษกังขา บุรีรัมย์ เฉือน ราชันมังกร 2-1

   ผลบอลสด ศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2019 ราชันมังกร ราชบุรี มิตรผล เอฟซี เปิดบ้านรับการมาเยือนจาก ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่สนาม มิตรผล สเตเดี้ยมในวันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน 2562

   เริ่มเกมเป็นบุรีรัมย์ที่ได้ลุ้นก่อน ในนาทีที่ 2 จากจังหวะที่รัตนากร ใหม่คามิได้บอลหน้าเขตโทษ แล้วเปิดไปเสาสองให้เปโดร จูเนียร์โหม่ง แต่ไลน์แมนยกธงเป็นล้ำหน้าไปก่อน

   นาทีที่ 6 เป็นโอกาสของเจ้าถิ่นบ้าง จากจังหวะทุ่มบอลฟิลิป โรลเลอร์ทุ่มไกลเข้าไปในเขตโทษให้ยานนิค โบลีได้โหม่ง บอลพุ่งไปชนเสากระดอนออกมา สุดท้ายเป็นผู้เล่นปราสาทสายฟ้าที่สกัดทิ้งไปได้

   แต่หลังจากนั้นถัดมาอีกเพียงนาทีเดียว ราชบุรี ก็มาได้ประตูขึ้นนนำไปก่อนจนได้ เริ่มจาก สตีเฟน ลองจิล ทำชิ่งกับ ปฐมชัย เสือสกุล ให้กลับมาที่ ลองจิล กระชากเข้าเขตโทษก่อนจะซัดไปเสาไกลเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ราชบุรี นำ 1-0

   ช่วงเวลาที่เหลือในครึ่งแรกแม้ บุรีรัมย์ จะพยายามทวงประตูคืน แต่ยังทำไม่สำเร็จ ทำให้จบครึ่งแรก ราชบุรี เป็นฝ่ายได้ประตูนำไปก่อน 1-0

   ครึ่งหลังนาทีที่ 60 บุรีรัมย์ มาได้ประตูตีเสมอสำเร็จจากเตะมุมทางฝั่งขวา ศศลักษณ์ เปิดไปหน้าปากประตูแล้ว จิรวัฒน ทองแสงพราว พยายามจะโหม่งสกัดแต่ไม่ดีทำให้บอลลอยเข้าประตูตัวเองไป ส่งให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตีเสมอ 1-1

   ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 86 บุรีรัมย์ มาได้จุดโทษจากจังหวะที่ ศศลักษณ์ ไหประโคน เปิดบอลเข้าไปในเขตโทษแล้ว ฟิลิป โรลเลอร์ พยายามจะกระโดนบล็อคบอลเลยไปโดนแขนตรงจุดเส้นเขตโทษพอดี กรรมการจึงเป่าให้เป็นจุดโทษของ ปราสาทสายฟ้า และก็เป็น เปโดร จูเนียร์ ที่รับหน้าที่สังหารเข้าประตูไปไม่เหลือ บุรีรัมย์ แซงนำ 2-1

   ซึ่งจากภาพช้าจังหวะนี้เป็นที่ถกเถียงกันว่าจะให้เป็นจุดโทษได้หรือไม่ เนื่องจากตอนบอลโดนแขนเป็นจังหวะที่ ฟิลิป ลอยตัวอยู่บนอากาศพอดี แต่ตอนลงสู่พื้นเท้าเจ้าตัวอยู่ในเขตโทษ ซึ่งหากดูแล้วจังหวะนี้จะให้เป็นจุดโทษหรือฟรีคิกนั้นขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของผู้ตัดสิน

   จบเกม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกมาเอาชนะ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี 2-1

 

 

 

กัลโช่ เซเรีย อา พรีวิว ยูเวนตุส VS ฟิออเรนติน่า

กัลโช่ เซเรีย อา พรีวิว ยูเวนตุส VS ฟิออเรนติน่า

   กัลโช่ เซเรีย อา พรีวิว ม้าลาย ยูเวนตุส เปิดบ้านรับการมาเยือนจาก ฟิออเรนติน่า ที่สนาม อัลลิอันซ์ สเตเดี้ยม ในวันเสาร์ที่ 20 เมษายน 2562 เวลา 23:00 น. (ตามเวลาประเทศไทย)

สถิติการพบกัน 5 ครั้งหลังสุดของทั้งสองทีม

02/12/18 ฟิออเรนติน่า 0-3 ยูเวนตุส เซเรียอา
10/02/18 ฟิออเรนติน่า 0-2 ยูเวนตุส เซเรียอา
21/09/17 ยูเวนตุส 1-0 ฟิออเรนติน่า เซเรียอา
16/01/17 ฟิออเรนติน่า 2-1 ยูเวนตุส เซเรียอา
21/08/16 ยูเวนตุส 2-1 ฟิออเรนติน่า เซเรียอา

กัลโช่ เซเรีย อา พรีวิว ยูเวนตุส VS ฟิออเรนติน่า

ยูเวนตุส

   ม้าลาย ยูเวนตุส ฟอร์มการเล่นช่วงหลังไม่ค่อยดีนัก พวกเขาไร้ชัยมา 3 เกมติดแล้ว ล่าสุดเพิ่งจะผิดหวังโดนอาแจ็กซ์เขี่ยตกรอบแชมเปี้ยนส์ลีกไปอย่างน่าเจ็บใจ แต่ในลีกพวกเขาต้องการอีกเพียงแค่แต้มเดียวก็จะการันตีการคว้าแชมป์ไปครองได้อย่างเป็นทางการ

   ซึ่งเกมนี้มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรีกุนซือยูเว่ จะต้องหมดสิทธิ์ใช้งานมัตเตีย เปริน, ซามี เคดิร่า, เปาโล ดีบาล่า, จอร์โจ้ คิเอลลินี่, มาร์ติน กาเซเรส, ดั๊กลาส คอสต้าและมาริโอ มานด์ซูคิชที่ยังไม่พร้อมลงสนาม

   คาดว่า 3 แนวรุกจะใช้เฟเดริโก้ แบร์นาเดสคี่, มวสเซ่ คีนและคริสเตียโน่ โรนัลโด้

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริง : วอยเชี๊ยค เชสนี่, ชูเอา กานเซโล่, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, ดานิเอเล่ รูกานี่, เลโอนาร์โด้ สปินาซโซล่า, เอ็มเร่ ชาน, โรดริโก้ เบนตันกูร์, แบลสต์ มาตุยดี้, เฟเดริโก้ แบร์นาเดสคี่, มวสเซ่ คีน, คริสเตียโน่ โรนัลโด้

ฟิออเรนติน่า

   ส่วนฟิออเรนติน่าอาการหนักกว่า ยูเว่ ค่อนข้างมากเนื่องจากพวกเขาไร้ชัยมาหลายเกมติดแล้ว ล่าสุดเสมอกับโบโลญญ่า มา 0-0

   สภาพความพร้อมของทีมของกุนซือ วินเชนโซ่ มอนเตลล่า ขาดเพียง มาร์โก ปาก้า คนเดียวเท่านั้น ส่วนตัวหลักคนอื่นๆยังอยู่กันครบ นำทีมมาโดย เฟเดริโก้ คิเอซ่า กับ หลุยส์ มูเรียล

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริง : อัลบง ลาฟงต์, เฟเดริโก้ เช๊คเครินี่, เคร์มัน เปซเซลล่า, วิเตอร์ อูโก้, แว็งซ็องต์ เลารินี่, มาร์โก เบนาสซี่, เอดิมิลสัน แฟร์น็องเดส, แกร์ซอน, ดาวิด ฮังค์โก้, เฟเดริโก้ คิเอซ่า, หลุยส์ มูเรียล