ดราม่าท้ายเกม จุดโทษกังขา บุรีรัมย์ เฉือน ราชันมังกร 2-1

ดราม่าท้ายเกม จุดโทษกังขา บุรีรัมย์ เฉือน ราชันมังกร 2-1

   ดราม่าท้ายเกม ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกไปเอาชนะ ราชันมังกร ราชบุรี มิตรผล เอฟซี 2-1 ซึ่งเกมทำท่าว่าจะจบที่สกอร์เสมอ แต่ช่วงท้ายเกม บุรีรัมย์ มาได้จุดโทษซึ่งเป็นจังหวะก้ำกึ่งบนเส้นกรอบพอดิบพอดีจึงไม่วายเป็นดราม่า สุดท้ายเป็น เปโดร จูเนียร์ ที่ซัดพา ปราสาทสายฟ้า เก็บ 3 แต้มกลับบ้านได้สำเร็จ

ดราม่าท้ายเกม จุดโทษกังขา บุรีรัมย์ เฉือน ราชันมังกร 2-1

   ผลบอลสด ศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2019 ราชันมังกร ราชบุรี มิตรผล เอฟซี เปิดบ้านรับการมาเยือนจาก ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่สนาม มิตรผล สเตเดี้ยมในวันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน 2562

   เริ่มเกมเป็นบุรีรัมย์ที่ได้ลุ้นก่อน ในนาทีที่ 2 จากจังหวะที่รัตนากร ใหม่คามิได้บอลหน้าเขตโทษ แล้วเปิดไปเสาสองให้เปโดร จูเนียร์โหม่ง แต่ไลน์แมนยกธงเป็นล้ำหน้าไปก่อน

   นาทีที่ 6 เป็นโอกาสของเจ้าถิ่นบ้าง จากจังหวะทุ่มบอลฟิลิป โรลเลอร์ทุ่มไกลเข้าไปในเขตโทษให้ยานนิค โบลีได้โหม่ง บอลพุ่งไปชนเสากระดอนออกมา สุดท้ายเป็นผู้เล่นปราสาทสายฟ้าที่สกัดทิ้งไปได้

   แต่หลังจากนั้นถัดมาอีกเพียงนาทีเดียว ราชบุรี ก็มาได้ประตูขึ้นนนำไปก่อนจนได้ เริ่มจาก สตีเฟน ลองจิล ทำชิ่งกับ ปฐมชัย เสือสกุล ให้กลับมาที่ ลองจิล กระชากเข้าเขตโทษก่อนจะซัดไปเสาไกลเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ราชบุรี นำ 1-0

   ช่วงเวลาที่เหลือในครึ่งแรกแม้ บุรีรัมย์ จะพยายามทวงประตูคืน แต่ยังทำไม่สำเร็จ ทำให้จบครึ่งแรก ราชบุรี เป็นฝ่ายได้ประตูนำไปก่อน 1-0

   ครึ่งหลังนาทีที่ 60 บุรีรัมย์ มาได้ประตูตีเสมอสำเร็จจากเตะมุมทางฝั่งขวา ศศลักษณ์ เปิดไปหน้าปากประตูแล้ว จิรวัฒน ทองแสงพราว พยายามจะโหม่งสกัดแต่ไม่ดีทำให้บอลลอยเข้าประตูตัวเองไป ส่งให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตีเสมอ 1-1

   ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 86 บุรีรัมย์ มาได้จุดโทษจากจังหวะที่ ศศลักษณ์ ไหประโคน เปิดบอลเข้าไปในเขตโทษแล้ว ฟิลิป โรลเลอร์ พยายามจะกระโดนบล็อคบอลเลยไปโดนแขนตรงจุดเส้นเขตโทษพอดี กรรมการจึงเป่าให้เป็นจุดโทษของ ปราสาทสายฟ้า และก็เป็น เปโดร จูเนียร์ ที่รับหน้าที่สังหารเข้าประตูไปไม่เหลือ บุรีรัมย์ แซงนำ 2-1

   ซึ่งจากภาพช้าจังหวะนี้เป็นที่ถกเถียงกันว่าจะให้เป็นจุดโทษได้หรือไม่ เนื่องจากตอนบอลโดนแขนเป็นจังหวะที่ ฟิลิป ลอยตัวอยู่บนอากาศพอดี แต่ตอนลงสู่พื้นเท้าเจ้าตัวอยู่ในเขตโทษ ซึ่งหากดูแล้วจังหวะนี้จะให้เป็นจุดโทษหรือฟรีคิกนั้นขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของผู้ตัดสิน

   จบเกม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกมาเอาชนะ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี 2-1

 

 

 

ฟอร์มสะแด่ว ไลป์ซิก จัดชุดใหญ่อัดใส่ แฮร์ธ่า 5-0

ฟอร์มสะแด่ว ไลป์ซิก จัดชุดใหญ่อัดใส่ แฮร์ธ่า 5-0

   ฟอร์มสะแด่ว แอร์เบ ไลป์ซิก เปิดบ้านเชือด แฮร์ธ่า เบอร์ลิน 5-0 จากแฮตทริกของ ยุสซุฟ โพลเซ่น และอีกสองประตูจาก อมาดู ไฮดาร่า และ เอมิล ฟอร์สเบิร์ก รั้งอันดับ 3 ต่อทิ้งห่าง โบรุสเซีย มึนเช่น กลัดบัค 5 แต้ม

ฟอร์มสะแด่ว ไลป์ซิก จัดชุดใหญ่ใส่ แฮร์ธ่า 5-0

   ผลบอลสด ศึกฟุตบอล บุนเดสลีก้า แอร์เบ ไลป์ซิก เปิดบ้านต้อนรับ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ที่สนาม เรด บูลล์ อารีน่า ในวันที่ 30 มีนาคม 2562

   เริ่มเกมช่วงแรกทั้งสองทีมเปิดหน้าทักทายกัน และมีโอกาสให้ส่องอยู่บ้างแต่ยังไม่ดีพอจะเป็นประตู นาทีที่ 14 ไลป์ซิก เกือบจะได้ประตูนำจากฟรีคิกที่ระยะ 25 หลาเยื้องมาทางซ้าย ฟอร์สเบิร์ก ปั่นบอลข้ามกำแพงแต่บอลหลุดเสาแรกออกไป

   แต่แล้วนาทีที่ 17 ไลป์ซิก ก็มาได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 เมื่อ คัมเพิล หยอดบอลเข้าเขตโทษแล้ว ฟอร์สเบิร์ก วิ่งสอดมายิงเข้าประตูไป ไลป์ซิก นำ 1-0

   ถัดมานาทีที่ 27 ไลป์ซิก มาบวกประตูที่สองเพิ่มได้เมื่อ ลุสเท่นแบร์เกอร์ โดนบีบแหย่บอลไปเข้าทาง แวร์เนอร์ ลากเข้าเขตโทษก่อนจะไหลไปให้ โพลเซ่น วิ่งมาซัดโล่งๆเป็นประตู ไลป์ซิก นำห่าง 2-0 และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

   ครึ่งหลังเจ้าถิ่นได้ลุ้นในนาทีที่ 49 โพลเซ่นได้บอลทางริมเส้นฝั่งขวา ก่อนจะจ่ายไปให้มูคีเอเล่ ตบเข้ากลางไปให้ฟอร์สเบิร์ก จับบอลได้แล้วตอกส้นให้แวร์เนอร์ได้ซัด แต่บอลหลุดกรอบออกไป

   ไลป์ซิกเกือบได้เพิ่มอีกหนึ่งประตูในนาทีที่ 55 จากเตะมุม ที่โยนไปให้โคนาเต้ได้โหม่งแต่โดนสกัดออกมา บอลไปเข้าทางโพลเซ่นพยายามจะชาร์จแต่บอลหลุดออกเสาสองไป

   เจ้าถิ่นมาได้ประตูที่ 3 เพิ่มในนาทีที่ 56 เมื่อ คัมเพิล ให้ไปหน้าเขตโทษที่ ฟอร์สเบิร์ก ดึงจังหวะแล้วไหลออกซ้ายไปให้ โพลเซ่น ในเขตโทษยิงตุงตาข่าย ไลป์ซิก นำ 3-0

   ต่อด้วยนาทีที่ 62 ไลป์ซิก บวกเพิ่มได้อีกหนึ่งประตูจากการตัดบอลได้แล้ว อดัมส์ แทงบอลจากแดนตัวเองขึ้นไปให้ โพลเซ่น ลากบอลเข้าเขตโทษก่อนชิพข้าม ยาร์สไตน์ เข้าประตูไป ไลป์ซิก นำห่าง 4-0

   ถัดมาอีก 2 นาที เจ้าถิ่นมาได้ประตูขึ้นนำเป็น 5-0 จากจังหวะที่ คัมเพิล เปิดบอลขึ้นหน้าไปให้ แวร์เนอร์ ลากบอลขึ้นมาทางซ้ายเข้าเขตโทษก่อนไหลต่อให้ ไฮดาร่า วิ่งมาซัดบอลเข้าประตูไปเรียบร้อย

   ช่วงท้ายเกม ยังคงเป็นเจ้าถิ่นที่หาโอกาสทำประตูได้มากกว่าและเกือบจะได้ประตูที่ 6 อยู่หลายครั้งแต่ยังทำกันไม่ได้ สุดท้ายจบเกม แอร์เบ ไลป์ซิก เปิดบ้านเอาชนะ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ไป 5-0

 

เบนซ์โชว์เทพ เหมา 2 ประตู พา มาดริด เอาชนะ เอสปันญอล ไป 4-2

เบนซ์โชว์เทพ เหมา 2 ประตู พา มาดริด เอาชนะ เอสปันญอล ไป 4-2

   เบนซ์โชว์เทพ คาริม เบนเซม่า จัดการเหมาคนเดียว 2 ประตู และอีกคนละประตูจาก เซร์กิโอ รามอส และ แกเร็ธ เบล พา ราชันขุดขาว เรอัล มาดริด เอาชนะ เอสปันญอล ไป 4-2

   โดยที่ช่วง 20 นาทีสุดท้าย ราชัน เหลือผู้เล่นในสนามเพียง 10 คน เมื่อ ราฟาเอล วาราน โดนใบแดงไล่ออกจากสนาม แต่ยังสามารถเก็บสามแต้มได้ รั้งอันดับสามตามหลังจ่าฝูงอย่าง บาร์เซโลน่า 10 แต้มตามเดิม

เบนซ์โชว์เทพ เหมา 2 ประตู พา มาดริด เอาชนะ เอสปันญอล 4-2

   ผลบอลสด ศึกฟุตบอล ลาลีก้า เอสปันญอล เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจาก ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ที่สนาม อาร์ซีดีอี สเตเดี้ยม ในวันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม 2562

   เริ่มเกมนาทีที่ 3 มาดริด เป็นฝ่ายที่ได้โอกาสทักทายก่อนเมื่อวินิซิอุส ได้บอลแถวนอกกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนที่เจ้าตัวจะลากตัดเข้าไปในเขตโทษแล้วซัดด้วยขวา บอลพุ่งตรงกรอบแต่โลเปซยังเซฟไว้ได้

   จากนั้นถัดมาอีกเพียงนาทีเดียว ราชัน ก็เป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำไปก่อนอย่างรวดเร็วจากจังหวะตัดบอลได้แถวริมเส้น คาเซมิโร่ ให้บอลไปที่ โมดริช ลากเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนจะยิงด้วยขวา บอลไปติดเซฟ โลเปซ กระดอนไปเข้าทาง เบนเซม่า ซ้ำดาบสองเข้าไปเป็นประตู เรอัล มาดริด นำก่อน 1-0

   จากนั้นประตูที่ 2 ของ มาดริด ก็ตามมาในนาทีที่ 15 จากลูกเตะมุมทางฝั่งขวาที่เล่นสั้นมาจนถึง โมดริช เปิดจากริมกรอบเขตโทษไปให้ รามอส โหม่งเข้าเสาสองอย่างหมดจด ทีมเยือนนำห่าง 2-0

   แต่ เอสปันญ่อล ก็ไม่ยอมเป็นฝ่ายถูกกดอยู่ฝั่งเดียว เมื่อพวกเขามาได้ประตูตีไข่แตกในนาทีที่ 25 เริ่มจากเตะมุมทั้งฝั่งขวาที่เปิดเข้าไปกลางประตู เบนเซม่า เคลียร์ไม่ขาดบอลไปเข้าทาง บิล่า ยิงจากริมกรอบเขตโทษ บอลไปแฉลบ บาซเกซ เด้งไปเข้าทาง บัปติสเตา ซ้ำด้วยขวาเข้าประตูไปจนได้ เจ้าถิ่นไล่ตามมา 1-2

   แต่หลังจากนั้นช่วงทดเจ็บของครึ่งแรกนาทีที่ 45 + 1 มาดริด ก็มาได้ประตูทิ้งห่างอีกครั้งเป็น 3-1 เมื่อ เบนเซม่า จ่ายจากริมกรอบฝั่งซ้ายเข้าไปกลางให้ วินิซิอุส ดีดกลับให้ เบนเซม่า จัดการแปเสียบเสาสองเข้าประตูไปอย่างสวยงาม จบครึ่งแรก เรอัล มาดริด นำ เอสปันญ่อล อยู่ 3-1

   ครึ่งหลังทั้งสองทีมเปิดเกมบุกเข้าใส่กันอย่างสนุก แต่ไปๆมาๆเป็น มาดริด ที่มาได้ประตูทิ้งห่างเป็น 4-1 จากจังหวะที่ บาซเกซ ฉกบอลได้ทางริมเส้นฝั่งซ้ายก่อนจะจ่ายไปให้ เบนเซม่า เลี้ยงเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนจะไหลคืนมาให้ บาซเกซ หน้ากรอบเขตโทษชิ่งกลับเข้าไปในกรอบให้ เบล หลุดเข้าไปซัดด้วยซ้ายเป็นประตู

   นาทีที่ 72 ราชันชุดขาว ต้องมาเหลือผู้เล่นในสนามเพียง 10 คน เมื่อ วานราน ไปทำฟาวล์ใส่ ปิอัตติ ที่หลุดเดี่ยวล้มลงไปก่อนจะเข้าไปในเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าให้เป็นฟรีคิกพร้อมควักใบแดงไล่ วาราน ออกจากสนามโดยตรง

   ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 81 เอสปันญ่อล ได้ประตูไล่ตามมาเป็น 2-4 จากจังหวะที่ โรก้า วางบอลยาวไปให้ โรซาเลส วิ่งไปพักอกแล้ววอลเลย์เข้าประตูไปอย่างสวยงาม จบเกม เรอัล มาดริด เอาชนะ เอสปันญ่อล ไป 4-2

 

สมใจ คล็อปป์ ส่งสำรองเกือบทั้งทีม ลิเวอร์พูล พ่าย วูล์ฟส์ 1-2 ร่วงเอฟเอคัพ

สมใจ คล็อปป์ ส่งสำรองเกือบทั้งทีม ลิเวอร์พูล พ่าย วูล์ฟส์ 1-2 ร่วงเอฟเอคัพ

    สมใจ เยอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชอง ลิเวอร์พูล ที่เกมนี้ตัดสินใจพักแข้งหลักเกือบทั้งทีม แล้วส่งเอาตัวสำรองลงสนามถึง 9 คน ส่งผลให้ หงส์แดง บุกไปพ่ายให้กับ วูล์ฟส์ ไป 1-2 ตกรอบ เอฟเอคัพ เรียบร้อย

สมใจ คล็อปป์ ส่งสำรองเกือบทั้งทีม ลิเวอร์พูล พ่าย วูล์ฟส์ 1-2

   ศึกฟุตบอล เอฟเอคัพ รอบสาม วูล์ฟส์ เปิดบ้านต้อนรับ ลิเวอร์พูล ที่สนาม โมลินิวซ์ สเตเดี้ยม ผลบอลสด ในวันจันทร์ที่ 7 มกราคม 2562

   เริ่มเกมยังไม่ถึง 10 นาทีด้วยซ้ำ ทีมเยือนก็ต้องเจอข่าวร้ายเมื่อ ลอฟเรน มีอาการบาดเจ็บจึงเล่นต่อไม่ไหว คล็อปป์ จึงส่งดาวรุ่งวัย 16 ปี อย่าง โฮเวอร์ ลงไปยืนเซ็นเตอร์แทน

   นาทีที่ 31 ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายครองบอลเหนือกว่า จังหวะนี้ได้ลุ้นจาก มิลเนอร์ ส่งบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษแล้วผู้เล่นเจ้าถิ่นไปกั๊กกันเองบอลเลยตกไปเข้าทาง ชาคิรี่ ซัดด้วยซ้ายบอลหลุดออกหลังไป

   แต่แล้วนาทีที่ 38 เป็น วูล์ฟส์ ที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากจังหวะที่ มิลเนอร์ จับบอลพลาดกลางสนามจึงโดน โจต้า ตัดบอลได้สุดท้ายเป็น ฆิเมเนซ หลุดเข้าไปในกรอบฝั่งขวาก่อนจะยิงเข้าไปตุงตาข่าย เจ้าถิ่นนำก่อน 1-0 และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

   ครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล ที่เป็นฝ่ายตามหลังอยู่หนึ่งประตูพอเปิดเกมมาก็บุกเข้าใส่เจ้าถิ่นทันทีเพื่อหวังจะทวงประตูคืน และก็มาสำเร็จจนได้ในนาทีที่ 51 เป็น ชาคิรี่ ส่งบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ มิลเนอร์ เอาบอลลงก่อนจะซัดไปติดบล็อค เบนเน็ตต์ บอลกระดอนไปเข้าทาง โอริกี้ จัดการซัดด้วยซ้ายผ่าน รัดดี้ เข้าประตูไป ลิเวอร์พูล ตามตีเสมอสำเร็จ 1-1

   หลังจากที่โดนตีเสมอได้ไม่นาน ดูเหมือนว่าเจ้าถิ่นก็ไม่ได้ยอมง่ายๆเหมือนกัน เมื่อ วูล์ฟส์ มาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจากจังหวะที่ วินาเกร ให้บอลไปที่ เนเวส ซัดด้วยขวาที่ระยะเกือบ 30 หลา บอลพุ่งแรงเบียดเสาฝั่งซ้ายเข้าประตูไปอย่างสวยงาม วูล์ฟส์ นำอีกครั้ง 2-1

   นาทีที่ 69 ลิเวอร์พูล เกือบจะได้ประตูตีเสมอจากฟรีคิกนอกกรอบเขตโทษเยื้องไปทางฝั่งขวาที่ระยะเกือบ 30 หลา ชาคิรี่ ปั่นด้วยซ้ายบอลข้ามกำแพงโค้งไปชนเสาพลาดโอกาสได้ประตูไปอย่างน่าเสียดาย

   ช่วงท้ายเกม ลิเวอร์พูล พยายามตั้งเกมบุกเพื่อที่จะเอาประตูตีเสมอให้ได้อีกครั้ง นาทีที่ 84 ซาลาห์ ได้บอลหลุดไปทางกรอบฝั่งขวาก่อนเลี้ยงจี้เข้าไปซัดด้วยซ้าย น่าเสียดายที่บอลแฉลบก่อนจะโดนเคลียร์ทิ้งออกไป

   จบเกม ลิเวอร์พูล บุกไปพ่ายให้กับ วูล์ฟส์ ไป 1-2 ตกรอบ เอฟเอคัพ เรียบร้อย

 

เทียบจ่าฝูง แอตมาดริด ได้โทษ เฉือน เอสปันญ่อล 1-0 แต้มเท่าต่างดาว

เทียบจ่าฝูง แอตมาดริด ได้โทษ เฉือน เอสปันญ่อล 1-0 แต้มเท่าต่างดาว

   เทียบจ่าฝูง แอตเลติโก้ มาดริด เก็บ 3 แต้มในบ้านได้สำเร็จ หลังจากเอาชนะ เอสปันญ่อล ไปได้ 1-0 จากจุดโทษของ อองตวน กรีซมันน์ ทำให้ตอนนี้ แอตมาดริด เก็บเพิ่มเป็น 34 แต้ม เทียบเท่าจ่าฝูงอย่าง บาร์เซโลน่า ที่ลงเตะช้ากว่า

เทียบจ่าฝูง แอตมาดริด เฉือน เอสปันญ่อล 1-0

   ผลบอลสด ศึกฟุตบอล ลาลีกา สเปน แอตเลติโก้ มาดริด เปิดบ้านต้อนรับ เอสปันญ่อล ที่สนาม เอสตาดิโอ หว่านต๋า เมโทรโปลิตาโน่ ในวันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม 2561

   สำหรับ แอตเลติโก้ มาดริด ก่อนลงสนามพวกเขารั้งอยู่อันดับ 3 ตามหลังจ่าฝูงอย่าง บาร์เซโลน่า เพียงแค่ 3 คะแนนเท่านั้น ดังนั้นหากในนัดนี้สามารถเก็บชัยได้ ก็จะมีแต้มเทียบเท่ากับ บาร์เซโลน่า แบบหายใจรดต้นคอกันเลยทีเดียว

   เกมช่วงแรก ทั้งสองทีมสู้กันได้ค่อนข้างสูสีแต่เป็นทาง แอตมาดริด ที่สามารถครองบอลได้ดีกว่า ส่วนโอกาสลุ้นทำประตูนั้นยังไม่เป็นชิ้นเป็นอันทั้งสองฝ่าย

   นาทีที่ 28 เกือบเป็นเจ้าถิ่นที่พลาดท่าเสียประตูจากการเคลียร์บอลไม่ขาดของผู้เล่น แอตมาดริด ทำให้บอลตกลงแถว กรอบเขตโทษไปเข้าทาง บัปติสเทา ยิงเน้นๆ ดีที่ โอบลัค เซฟได้

   นาทีที่ 42 เป็นจังหวะลุ้นของ ตราหมี เมื่อ กรีซมันน์ ได้บอลทางฝั่งขวาแล้วตัดเข้ากลาง ก่อนจะตัดสินใจซัดทันที บอลพุ่งตรงกรอบแต่ ดีเอโก้ โลเปซ ยังปัดข้ามคานออกหลังไปได้

   ครึ่งแรก แม้ทางฝั่งของเจ้าถิ่นจะเป็นฝ่ายทำได้ดีกว่าแต่ยังไม่มีประตูเกิดขึ้น จบครึ่งแรกแบบไร้สกอร์ 0-0

   ครึ่งหลัง แอตมาดริด พยายามจะเปิดเกมรุกเข้าใส่ แต่จังหวะสุดท้ายก็ยังไม่ดีพอที่จะเป็นประตู จนกระทั่งนาทีที่ 54 ในที่สุดเจ้าถิ่นก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 หลังจากกดดันใส่ เอสปันญอล อยู่นาน จากลูกจุดโทษ

   เมื่อ โกเก้ โดน กราเนโร่ หวดล้มลงไปในเขตโทษ ผู้ตัดสินจึงเป่าให้เป็นจุดโทษทันที แม้ผู้เล่นของ เอสปันญอล จะพยายามประท้วง แต่ก็ไม่เป็นผล สุดท้ายเป็น กรีซมันน์ ที่รับหน้าที่สังหารส่งบอลเข้าประตูไป แอตมาดริด นำ 1-0

   หลังจากที่เสียประตู ทีมเยือนก็พยายามเปิดเกมรุกเพื่อหวังจะทวงประตูคืนแต่ แอตมาดริด ที่มีประตูตุน 1 ประตูอยู่แล้ว ก็ใช้เกมรับที่เหนียวแน่นไม่เปิดโอกาสให้ เอสปันญอล เข้ามาทำประตูได้ง่ายๆ

   ช่วงท้ายเกม แม้ เอสปันญอล จะพยายามอย่างหนักแต่ก็ไม่สามารถเจาะแนวรับของ แอตมาดริด ได้

   กระทั่งจบเกม เป็น แอตเลติโก้ มาดริด ที่สามารถเอาชนะ เอสปันญ่อล 1-0 ทำแต้มขึ้นไปกดดันจ่าฝูงอย่าง บาร์เซโลน่า ได้สำเร็จ

 

เจาะไม่เข้า ปีศาจแดง เปิดบ้านเจ๊า พาเลซ แบบไร้สกอร์ 0-0

เจาะไม่เข้า ปีศาจแดง เปิดบ้านเจ๊า พาเลซ แบบไร้สกอร์ 0-0

   เจาะไม่เข้า ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บอมบ์แหลกใส่ คริสตัล พาเลซ แต่สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้ จบเกมเสมอกันไปแบบไร้สกอร์ 0-0

   ทำให้ ปีศาจแดง ไม่ชนะมา 2 นัดติดต่อกันแล้ว ซึ่งเกมนี้ เด็กผี คงจะปวดใจไปตามๆกัน เพราะฝันถึง 3 แต้มในโรงละครไปเรียบร้อยแล้ว แต่ดันต้องมาแบ่งแต้มให้ ปราสาทเรือนแก้ว ซะอย่างนั้น

เจาะไม่เข้า ปีศาจแดง พยายามบอมบ์ใน พาเลซ อย่างหนักแต่ไม่เป็นผล

   ผลบอลสด ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจาก ปราสาทเรือนแก้ว คริสตัล พาเลซ ที่สนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในวันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2561

   สำหรับเจ้าถิ่น ปีศาจแดง นัดที่แล้วเพิ่งจะบุกไปแพ้ให้กับ แมนซิตี้ มา 1-3 แต่ก่อนหน้านั้นชนะมา 3 เกมรวดรวมทุกรายการ ส่วนทางด้านทีมเยือน คริสตัล พาเลซ ฟอร์มการเล่นค่อนข้างจะย่ำแย่เพราะ 6 นัดหลังสุดในลีกพวกเขายังไม่ชนะใครเลย เก็บได้เพียงแต้มเดียวเท่านั้น

   เริ่มเกม แมนยู บุกจากซ้ายไปขวา เพียงนาทีที่ 3 ก็ได้ทักทายก่อนเมื่อ ป๊อกบา วางบอลยาวไปให้ ลูกากู ในกรอบเขตโทษ ก่อนจะโหม่งคืนหลังให้ ลินการ์ด จัดการวอลเลย์เต็มเท้าแต่ วาน-บิสซาก้า มาบล็อคไว้ได้ทัน

   จากนั้น ปีศาจแดง ก็มีจังหวะลุ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้ ส่วนทางด้าน คริสตัล พาเลซ ก็มีจังหวะได้สวนกลับบ้าง แต่ก็ยังไม่คมพอเช่นกัน

   เกมผ่านเข้าสู่นาทีที่ 20 โอกาสของ พาเลซ ที่เกือบจะได้ประตูออกนำไปก่อนเมื่อ ลินการ์ด ออกบอลพลาดเลยโดน มิลิโวเยวิช ตัดได้แล้วให้บอลไปที่ วิลฟรีด ซาฮา ซัดด้วยขวา บอลพุ่งเฉี่ยวเสาแรกออกไปอย่างน่าเสียดาย

   ถัดมานาทีที่ 30 รอบนี้ ปีศาจแดง โหมกระหน่ำเข้าใส่ พาเลซ อย่างหนัก ยัง กระชากบอลหนี บิสซาก้า แล้วเปิดจากซ้าย มาเสาแรกให้ ลินการ์ด แปด้วยขวา บอลพุ่งตรงกรอบแต่ เฮนเนสซี่ ยังซูเปอร์เซฟเอาไว้ได้ บอลถูกปัดออกมาแล้ว ซาโก้ สกัดไม่ดีไปเข้าทางของ ลินการ์ด กระดกมาให้ มาร์กซิยาล โหม่งเต็มหัวแต่บอลไปเข้ามือ เฮนเนสซี่ย์ ที่คว้าเอาไว้ได้อยู่มือ จบครึ่งแรกยังเสมอกันอยู่ 0-0

   ครึ่งหลังนาทีที่ 57 ปีศาจแดง ได้เฮจนได้ แต่สุดท้ายดันเก้อไม่ได้ประตูจากจังหวะที่ ยัง เก็บบอลได้ที่หน้ากรอบเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนจะแต่งเข้าขวาแล้วกดเรียดเรียดๆ เฮนเนสซี่ ปัดบอลออกมา แต่ไปไหนไม่ไกล ลูกากู ซ้ำระยะเผาขนเข้าไปตุงตาข่าย แต่ไม่ได้ประตูเพราะล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

   นาทีที่ 60 มูรินโญ่ แก้เกมโดยการถอดเอา มาต้า กับ ลินการ์ด ออกแล้วส่ง เฟลไลนี่ และ แรชฟอร์ด ลงสนามแทน แต่ยังไม่เป็นผลเท่าไหร่นัก ในนาทีที่ 68 จึงส่ง อเล็กซิส ซานเชซ ลงมาแทน ป๊อกบา เป็นไพ่ใบสุดท้าย เพื่อหวังสามแต้มในเกมนี้ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เป็นผลอยู่ดี

   เมื่อทำอะไรได้ไม่มากนัก แมนยู จึงจัดการบอมบ์ใส่ คริสตัล พาเลซ อย่างหนักหน่วง ซึ่งก็ไม่เห็นจะมีอะไรดีขึ้น ทำให้สุดท้ายหมดเวลาการแข่งขัน ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเสมอกับ คริสตัล พาเลซ ไปแบบไร้สกอร์ 0-0 แบ่งกันไปทีมละ 1 แต้ม

 

 

เสือเหลือง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เปิดบ้านอัด โมนาโก 3-0 ในศึก แชมเปี้ยนส์ลีก

เสือเหลือง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เปิดบ้านอัด โมนาโก 3-0 ในศึก แชมเปี้ยนส์ลีก

   เสือเหลือง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยังคงแรงต่อเนื่อง หลังจากที่ชนะมาในเกมแรกใน แชมเปี้ยนส์ลีก เกมนี้เปิดบ้านอัด โมนาโก 3-0 กวาดชัยมา 2 เกมรวด มี 6 คะแนนเต็มเท่า แอตเลติโก้ มาดริด

   ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เปิดบ้านพบกับ โมนาโก ที่สนาม ซิกนัล อิดูน่า ปาร์ค ผลบอลสด ในวันที่ 3 ตุลาคม 2561

   เกมนี้ ดอร์ทมุนด์ ปรับตำแหน่งเล็กน้อยโดยจะได้ พิสซ์เช็ค กลับมาเป็นตัวจริง ซานโช, โวลฟ์ และ อัลกาเซร์ ได้ออกสตาร์ท ส่วนทีมเยือน โมนาโก ได้ เชเมอร์สัน กลับมายืนหลัง แดนกลางใช้ ทีเลอมองส์ กับ โออาลู แดนหน้า โกโลวิน ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง

เสือเหลือง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ได้ 3 ประตูรวดในครึ่งหลัง

   เริ่มเกมช่วง 10 นาทีแรก ทั้งสองทีมผลัดกันบุก และได้ส่องกันคนละครั้ง แต่ยังไม่ใกล้เคียงจะเป็นประตูซักเท่าไหร่

   นาทีที่ 19 ทีมเยือนทำเกมขึ้นมา โกโลวิน จ่ายบอลไปให้ ทีเลอมองส์ จับบอลก่อนจะตัดสินใจยิงไกล น่าเสียดายที่ เบอร์กี้ บินไปปัดไว้ได้

   นาทีที่ 33 เป็นโอกาสของ ดอร์ทมุนด์ บ้างที่ได้บุกทำเกม เริ่มจาก รอยส์ ตัดบอลได้ก่อนจะจ่ายให้ โวลฟ์ ต่อมาที่ เดลานี่ย์ ในเขตโทษ แล้วเบิ้ลต่อให้ อัลกาเซร์ หน้าเขตโทษ ปั่นบอลโค้งหลุดเสาไกลออกไปนิดเดียวเท่านั้น

   ท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 39 เจ้าถิ่นได้โอกาสอีกครั้งจากจังหวะที่ พิสซ์เช็ค ครอสบอลเข้าเขตโทษ อัลกาเซร์ เกี่ยวบอลไม่ติดแต่ยังดีที่บอลยังกระดอนมาเข้าทางจึงกระดกต่อให้ โวลฟ์ ซัดไปโดน เบนาโญ ออกหลังไป

   จบครึ่งแรก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยังเสมอกับ โมนาโก 0-0

   ครึ่งหลังดูเหมือนว่า เจ้าถิ่น จะแก้เกมมาค่อนข้างดีเลยทีเดียว เพราะในนาทีที่ 51 ในที่สุด ดอร์ทมุนด์ ก็มาได้ประตูขึ้นนำจนได้จากจังหวะที่ วิตเซล ได้บอลทางขวาก่อนจะจ่ายไปให้ ซานโช หน้าเขตโทษแล้วแทงต่อให้ ลาร์เซ่น สอดมายิงผ่าน ซูบาซิช เข้าไปตุงตาข่าย เสือเหลืองนำ 1-0

   ดอร์ทมุนด์ มาได้จุดโทษในนาทีที่ 69 เมื่อ รอยส์ โดนทำฟาวล์ในกรอบเขตโทษ แล้วเป็น อัลกาเซร์ รับหน้าที่สังหารแต่ดันยิงไปชนคานอย่างน่าเสียดาย

   กระทั่งนาทีที่ 72 หลังจากที่พลาดจุดโทษ ในที่สุดประตูที่สองของเจ้าถิ่นก็มาในที่สุด จากจังหวะโตกลับ ซานโช เบิ้ลให้ รอยส์ จ่ายต่อเข้าเขตโทษให้ อัลกาเซร์ ล็อกหลบก่อนหนึ่งจังหวะแล้วตัดสินใจซัดเต็มเหนี่ยวเป็นประตู เจ้าถิ่นนำ 2-0

   ช่วงทดเจ็บก่อนหมดเวลาการแข่งขัน เสือเหลืองมาได้เพิ่มอีกหนึ่งประตู เมื่อ ลาร์เซ่น ได้บอลทางซ้ายก่อนจะเปิดเรียดไปเสาสองให้ รอยส์ ซัดเข้าไปไม่เหลือ ดอร์ทมุนด์ ได้เพิ่มเป็น 3-0

   จบเกม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เป็นฝ่ายเอาชนะ โมนาโก ไป 3-0 ผ่าน 2 นัด มี 6 คะแนนเต็ม