เทียบจ่าฝูง แอตมาดริด ได้โทษ เฉือน เอสปันญ่อล 1-0 แต้มเท่าต่างดาว

เทียบจ่าฝูง แอตมาดริด ได้โทษ เฉือน เอสปันญ่อล 1-0 แต้มเท่าต่างดาว

   เทียบจ่าฝูง แอตเลติโก้ มาดริด เก็บ 3 แต้มในบ้านได้สำเร็จ หลังจากเอาชนะ เอสปันญ่อล ไปได้ 1-0 จากจุดโทษของ อองตวน กรีซมันน์ ทำให้ตอนนี้ แอตมาดริด เก็บเพิ่มเป็น 34 แต้ม เทียบเท่าจ่าฝูงอย่าง บาร์เซโลน่า ที่ลงเตะช้ากว่า

เทียบจ่าฝูง แอตมาดริด เฉือน เอสปันญ่อล 1-0

   ผลบอลสด ศึกฟุตบอล ลาลีกา สเปน แอตเลติโก้ มาดริด เปิดบ้านต้อนรับ เอสปันญ่อล ที่สนาม เอสตาดิโอ หว่านต๋า เมโทรโปลิตาโน่ ในวันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม 2561

   สำหรับ แอตเลติโก้ มาดริด ก่อนลงสนามพวกเขารั้งอยู่อันดับ 3 ตามหลังจ่าฝูงอย่าง บาร์เซโลน่า เพียงแค่ 3 คะแนนเท่านั้น ดังนั้นหากในนัดนี้สามารถเก็บชัยได้ ก็จะมีแต้มเทียบเท่ากับ บาร์เซโลน่า แบบหายใจรดต้นคอกันเลยทีเดียว

   เกมช่วงแรก ทั้งสองทีมสู้กันได้ค่อนข้างสูสีแต่เป็นทาง แอตมาดริด ที่สามารถครองบอลได้ดีกว่า ส่วนโอกาสลุ้นทำประตูนั้นยังไม่เป็นชิ้นเป็นอันทั้งสองฝ่าย

   นาทีที่ 28 เกือบเป็นเจ้าถิ่นที่พลาดท่าเสียประตูจากการเคลียร์บอลไม่ขาดของผู้เล่น แอตมาดริด ทำให้บอลตกลงแถว กรอบเขตโทษไปเข้าทาง บัปติสเทา ยิงเน้นๆ ดีที่ โอบลัค เซฟได้

   นาทีที่ 42 เป็นจังหวะลุ้นของ ตราหมี เมื่อ กรีซมันน์ ได้บอลทางฝั่งขวาแล้วตัดเข้ากลาง ก่อนจะตัดสินใจซัดทันที บอลพุ่งตรงกรอบแต่ ดีเอโก้ โลเปซ ยังปัดข้ามคานออกหลังไปได้

   ครึ่งแรก แม้ทางฝั่งของเจ้าถิ่นจะเป็นฝ่ายทำได้ดีกว่าแต่ยังไม่มีประตูเกิดขึ้น จบครึ่งแรกแบบไร้สกอร์ 0-0

   ครึ่งหลัง แอตมาดริด พยายามจะเปิดเกมรุกเข้าใส่ แต่จังหวะสุดท้ายก็ยังไม่ดีพอที่จะเป็นประตู จนกระทั่งนาทีที่ 54 ในที่สุดเจ้าถิ่นก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 หลังจากกดดันใส่ เอสปันญอล อยู่นาน จากลูกจุดโทษ

   เมื่อ โกเก้ โดน กราเนโร่ หวดล้มลงไปในเขตโทษ ผู้ตัดสินจึงเป่าให้เป็นจุดโทษทันที แม้ผู้เล่นของ เอสปันญอล จะพยายามประท้วง แต่ก็ไม่เป็นผล สุดท้ายเป็น กรีซมันน์ ที่รับหน้าที่สังหารส่งบอลเข้าประตูไป แอตมาดริด นำ 1-0

   หลังจากที่เสียประตู ทีมเยือนก็พยายามเปิดเกมรุกเพื่อหวังจะทวงประตูคืนแต่ แอตมาดริด ที่มีประตูตุน 1 ประตูอยู่แล้ว ก็ใช้เกมรับที่เหนียวแน่นไม่เปิดโอกาสให้ เอสปันญอล เข้ามาทำประตูได้ง่ายๆ

   ช่วงท้ายเกม แม้ เอสปันญอล จะพยายามอย่างหนักแต่ก็ไม่สามารถเจาะแนวรับของ แอตมาดริด ได้

   กระทั่งจบเกม เป็น แอตเลติโก้ มาดริด ที่สามารถเอาชนะ เอสปันญ่อล 1-0 ทำแต้มขึ้นไปกดดันจ่าฝูงอย่าง บาร์เซโลน่า ได้สำเร็จ

 

เจาะไม่เข้า ปีศาจแดง เปิดบ้านเจ๊า พาเลซ แบบไร้สกอร์ 0-0

เจาะไม่เข้า ปีศาจแดง เปิดบ้านเจ๊า พาเลซ แบบไร้สกอร์ 0-0

   เจาะไม่เข้า ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บอมบ์แหลกใส่ คริสตัล พาเลซ แต่สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้ จบเกมเสมอกันไปแบบไร้สกอร์ 0-0

   ทำให้ ปีศาจแดง ไม่ชนะมา 2 นัดติดต่อกันแล้ว ซึ่งเกมนี้ เด็กผี คงจะปวดใจไปตามๆกัน เพราะฝันถึง 3 แต้มในโรงละครไปเรียบร้อยแล้ว แต่ดันต้องมาแบ่งแต้มให้ ปราสาทเรือนแก้ว ซะอย่างนั้น

เจาะไม่เข้า ปีศาจแดง พยายามบอมบ์ใน พาเลซ อย่างหนักแต่ไม่เป็นผล

   ผลบอลสด ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจาก ปราสาทเรือนแก้ว คริสตัล พาเลซ ที่สนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในวันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2561

   สำหรับเจ้าถิ่น ปีศาจแดง นัดที่แล้วเพิ่งจะบุกไปแพ้ให้กับ แมนซิตี้ มา 1-3 แต่ก่อนหน้านั้นชนะมา 3 เกมรวดรวมทุกรายการ ส่วนทางด้านทีมเยือน คริสตัล พาเลซ ฟอร์มการเล่นค่อนข้างจะย่ำแย่เพราะ 6 นัดหลังสุดในลีกพวกเขายังไม่ชนะใครเลย เก็บได้เพียงแต้มเดียวเท่านั้น

   เริ่มเกม แมนยู บุกจากซ้ายไปขวา เพียงนาทีที่ 3 ก็ได้ทักทายก่อนเมื่อ ป๊อกบา วางบอลยาวไปให้ ลูกากู ในกรอบเขตโทษ ก่อนจะโหม่งคืนหลังให้ ลินการ์ด จัดการวอลเลย์เต็มเท้าแต่ วาน-บิสซาก้า มาบล็อคไว้ได้ทัน

   จากนั้น ปีศาจแดง ก็มีจังหวะลุ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้ ส่วนทางด้าน คริสตัล พาเลซ ก็มีจังหวะได้สวนกลับบ้าง แต่ก็ยังไม่คมพอเช่นกัน

   เกมผ่านเข้าสู่นาทีที่ 20 โอกาสของ พาเลซ ที่เกือบจะได้ประตูออกนำไปก่อนเมื่อ ลินการ์ด ออกบอลพลาดเลยโดน มิลิโวเยวิช ตัดได้แล้วให้บอลไปที่ วิลฟรีด ซาฮา ซัดด้วยขวา บอลพุ่งเฉี่ยวเสาแรกออกไปอย่างน่าเสียดาย

   ถัดมานาทีที่ 30 รอบนี้ ปีศาจแดง โหมกระหน่ำเข้าใส่ พาเลซ อย่างหนัก ยัง กระชากบอลหนี บิสซาก้า แล้วเปิดจากซ้าย มาเสาแรกให้ ลินการ์ด แปด้วยขวา บอลพุ่งตรงกรอบแต่ เฮนเนสซี่ ยังซูเปอร์เซฟเอาไว้ได้ บอลถูกปัดออกมาแล้ว ซาโก้ สกัดไม่ดีไปเข้าทางของ ลินการ์ด กระดกมาให้ มาร์กซิยาล โหม่งเต็มหัวแต่บอลไปเข้ามือ เฮนเนสซี่ย์ ที่คว้าเอาไว้ได้อยู่มือ จบครึ่งแรกยังเสมอกันอยู่ 0-0

   ครึ่งหลังนาทีที่ 57 ปีศาจแดง ได้เฮจนได้ แต่สุดท้ายดันเก้อไม่ได้ประตูจากจังหวะที่ ยัง เก็บบอลได้ที่หน้ากรอบเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนจะแต่งเข้าขวาแล้วกดเรียดเรียดๆ เฮนเนสซี่ ปัดบอลออกมา แต่ไปไหนไม่ไกล ลูกากู ซ้ำระยะเผาขนเข้าไปตุงตาข่าย แต่ไม่ได้ประตูเพราะล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

   นาทีที่ 60 มูรินโญ่ แก้เกมโดยการถอดเอา มาต้า กับ ลินการ์ด ออกแล้วส่ง เฟลไลนี่ และ แรชฟอร์ด ลงสนามแทน แต่ยังไม่เป็นผลเท่าไหร่นัก ในนาทีที่ 68 จึงส่ง อเล็กซิส ซานเชซ ลงมาแทน ป๊อกบา เป็นไพ่ใบสุดท้าย เพื่อหวังสามแต้มในเกมนี้ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เป็นผลอยู่ดี

   เมื่อทำอะไรได้ไม่มากนัก แมนยู จึงจัดการบอมบ์ใส่ คริสตัล พาเลซ อย่างหนักหน่วง ซึ่งก็ไม่เห็นจะมีอะไรดีขึ้น ทำให้สุดท้ายหมดเวลาการแข่งขัน ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเสมอกับ คริสตัล พาเลซ ไปแบบไร้สกอร์ 0-0 แบ่งกันไปทีมละ 1 แต้ม

 

 

เสือเหลือง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เปิดบ้านอัด โมนาโก 3-0 ในศึก แชมเปี้ยนส์ลีก

เสือเหลือง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เปิดบ้านอัด โมนาโก 3-0 ในศึก แชมเปี้ยนส์ลีก

   เสือเหลือง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยังคงแรงต่อเนื่อง หลังจากที่ชนะมาในเกมแรกใน แชมเปี้ยนส์ลีก เกมนี้เปิดบ้านอัด โมนาโก 3-0 กวาดชัยมา 2 เกมรวด มี 6 คะแนนเต็มเท่า แอตเลติโก้ มาดริด

   ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เปิดบ้านพบกับ โมนาโก ที่สนาม ซิกนัล อิดูน่า ปาร์ค ผลบอลสด ในวันที่ 3 ตุลาคม 2561

   เกมนี้ ดอร์ทมุนด์ ปรับตำแหน่งเล็กน้อยโดยจะได้ พิสซ์เช็ค กลับมาเป็นตัวจริง ซานโช, โวลฟ์ และ อัลกาเซร์ ได้ออกสตาร์ท ส่วนทีมเยือน โมนาโก ได้ เชเมอร์สัน กลับมายืนหลัง แดนกลางใช้ ทีเลอมองส์ กับ โออาลู แดนหน้า โกโลวิน ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง

เสือเหลือง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ได้ 3 ประตูรวดในครึ่งหลัง

   เริ่มเกมช่วง 10 นาทีแรก ทั้งสองทีมผลัดกันบุก และได้ส่องกันคนละครั้ง แต่ยังไม่ใกล้เคียงจะเป็นประตูซักเท่าไหร่

   นาทีที่ 19 ทีมเยือนทำเกมขึ้นมา โกโลวิน จ่ายบอลไปให้ ทีเลอมองส์ จับบอลก่อนจะตัดสินใจยิงไกล น่าเสียดายที่ เบอร์กี้ บินไปปัดไว้ได้

   นาทีที่ 33 เป็นโอกาสของ ดอร์ทมุนด์ บ้างที่ได้บุกทำเกม เริ่มจาก รอยส์ ตัดบอลได้ก่อนจะจ่ายให้ โวลฟ์ ต่อมาที่ เดลานี่ย์ ในเขตโทษ แล้วเบิ้ลต่อให้ อัลกาเซร์ หน้าเขตโทษ ปั่นบอลโค้งหลุดเสาไกลออกไปนิดเดียวเท่านั้น

   ท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 39 เจ้าถิ่นได้โอกาสอีกครั้งจากจังหวะที่ พิสซ์เช็ค ครอสบอลเข้าเขตโทษ อัลกาเซร์ เกี่ยวบอลไม่ติดแต่ยังดีที่บอลยังกระดอนมาเข้าทางจึงกระดกต่อให้ โวลฟ์ ซัดไปโดน เบนาโญ ออกหลังไป

   จบครึ่งแรก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยังเสมอกับ โมนาโก 0-0

   ครึ่งหลังดูเหมือนว่า เจ้าถิ่น จะแก้เกมมาค่อนข้างดีเลยทีเดียว เพราะในนาทีที่ 51 ในที่สุด ดอร์ทมุนด์ ก็มาได้ประตูขึ้นนำจนได้จากจังหวะที่ วิตเซล ได้บอลทางขวาก่อนจะจ่ายไปให้ ซานโช หน้าเขตโทษแล้วแทงต่อให้ ลาร์เซ่น สอดมายิงผ่าน ซูบาซิช เข้าไปตุงตาข่าย เสือเหลืองนำ 1-0

   ดอร์ทมุนด์ มาได้จุดโทษในนาทีที่ 69 เมื่อ รอยส์ โดนทำฟาวล์ในกรอบเขตโทษ แล้วเป็น อัลกาเซร์ รับหน้าที่สังหารแต่ดันยิงไปชนคานอย่างน่าเสียดาย

   กระทั่งนาทีที่ 72 หลังจากที่พลาดจุดโทษ ในที่สุดประตูที่สองของเจ้าถิ่นก็มาในที่สุด จากจังหวะโตกลับ ซานโช เบิ้ลให้ รอยส์ จ่ายต่อเข้าเขตโทษให้ อัลกาเซร์ ล็อกหลบก่อนหนึ่งจังหวะแล้วตัดสินใจซัดเต็มเหนี่ยวเป็นประตู เจ้าถิ่นนำ 2-0

   ช่วงทดเจ็บก่อนหมดเวลาการแข่งขัน เสือเหลืองมาได้เพิ่มอีกหนึ่งประตู เมื่อ ลาร์เซ่น ได้บอลทางซ้ายก่อนจะเปิดเรียดไปเสาสองให้ รอยส์ ซัดเข้าไปไม่เหลือ ดอร์ทมุนด์ ได้เพิ่มเป็น 3-0

   จบเกม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เป็นฝ่ายเอาชนะ โมนาโก ไป 3-0 ผ่าน 2 นัด มี 6 คะแนนเต็ม